
การเลือก โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก เป็นหนึ่งในกระบวนการจัดซื้อที่โรงงานผลิตอาหารควรให้ความสำคัญ เพราะช้อน ส้อม และมีดพลาสติกอาจถูกบรรจุรวมอยู่กับผลิตภัณฑ์อาหารและส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรง หากอุปกรณ์เหล่านี้มีสิ่งปนเปื้อน มีกลิ่นผิดปกติ มีครีบคม แตกหักง่าย หรือผลิตจากวัตถุดิบที่ไม่ตรงตามข้อกำหนด ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ขายช้อนส้อมเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงชื่อเสียง ความเชื่อมั่น และระบบความปลอดภัยอาหารของโรงงานผู้ว่าจ้างด้วย
โรงงานอาหารที่มีระบบควบคุมคุณภาพมักประเมินความเสี่ยงจากผู้จำหน่ายทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ขายวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ สารทำความสะอาด หรืออุปกรณ์ที่สัมผัสอาหาร การเลือกผู้ผลิตช้อนส้อมพลาสติกซึ่งดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน FSSC 22000 จึงช่วยให้โรงงานอาหารมีข้อมูลและหลักฐานประกอบการอนุมัติผู้ขายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การมีใบรับรองไม่ได้หมายความว่าผู้ซื้อสามารถอนุมัติสินค้าได้ทันที โรงงานอาหารยังต้องตรวจสอบขอบข่ายของใบรับรอง คุณสมบัติของวัตถุดิบ ผลทดสอบที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างสินค้า และความเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริงด้วย
FSSC 22000 คืออะไร?
FSSC 22000 หรือ Food Safety System Certification 22000 เป็นระบบรับรองด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยอาหารที่ใช้ข้อกำหนดของ ISO 22000 เป็นพื้นฐาน ร่วมกับโปรแกรมพื้นฐานด้านสุขลักษณะหรือ PRPs ตามประเภทอุตสาหกรรม และข้อกำหนดเพิ่มเติมของ FSSC
ระบบดังกล่าวสามารถนำมาใช้กับองค์กรในห่วงโซ่อาหารหลายประเภท รวมถึงการผลิตบรรจุภัณฑ์และส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับอาหารภายใต้ขอบข่ายที่กำหนด โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์จากวัสดุหลายชนิด รวมถึงพลาสติก Foundation FSSC
สำหรับ โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก มาตรฐานนี้ช่วยวางระบบควบคุมตั้งแต่การคัดเลือกผู้จำหน่ายเม็ดพลาสติก การตรวจรับวัตถุดิบ การฉีดขึ้นรูป การป้องกันสิ่งแปลกปลอม การตรวจสอบคุณภาพ การบรรจุ ไปจนถึงการระบุล็อตและตรวจสอบย้อนกลับ
1. ลดความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร
ช้อนส้อมพลาสติกอาจถูกบรรจุลงในชุดอาหารพร้อมรับประทาน กล่องข้าว อาหารแช่เย็น หรืออาหารที่จัดส่งให้ร้านค้า โรงพยาบาล โรงเรียน และสายการบิน ผู้บริโภคจึงอาจแกะบรรจุภัณฑ์และใช้งานทันทีโดยไม่ได้ล้างก่อน
หากขั้นตอนผลิตหรือบรรจุไม่มีการควบคุม อาจเกิดความเสี่ยงจากสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่น เส้นผม เศษพลาสติกแข็ง เศษโลหะ แมลง หรือน้ำมันจากเครื่องจักร นอกจากนี้ ยังอาจมีความเสี่ยงจากสารเคมีทำความสะอาดหรือการใช้วัตถุดิบไม่ตรงตามข้อกำหนด
โรงงานที่ดำเนินงานภายใต้ FSSC 22000 ต้องวิเคราะห์อันตรายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการของตน พร้อมกำหนดมาตรการควบคุม ตรวจติดตาม และทบทวนประสิทธิผล โรงงานอาหารจึงสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการประเมินความเสี่ยงของผู้จำหน่ายได้
2. สนับสนุนกระบวนการอนุมัติผู้ขาย
โรงงานผลิตอาหารมักมีระบบ Approved Supplier List หรือรายชื่อผู้ขายที่ผ่านการอนุมัติ ผู้จำหน่ายแต่ละรายต้องผ่านการประเมินตามระดับความเสี่ยงของสินค้าหรือบริการที่จัดซื้อ
การคัดเลือก โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติกที่ได้มาตรฐาน FSSC 22000 ช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายประกันคุณภาพได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่าโรงงานมีระบบความปลอดภัยที่ผ่านการตรวจประเมินจากหน่วยรับรองภายนอกภายใต้ขอบข่ายที่ระบุ
เอกสารที่โรงงานอาหารควรขอจากผู้ผลิต ได้แก่
- ใบรับรอง FSSC 22000
- ขอบข่ายการรับรอง
- ข้อมูลชนิดและแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
- ข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์
- เอกสารที่เกี่ยวข้องกับวัสดุสัมผัสอาหาร
- ผลทดสอบตามข้อกำหนดของลูกค้า
- ตัวอย่างสินค้า
- ขั้นตอนการตรวจสอบย้อนกลับ
- แนวทางจัดการข้อร้องเรียน
- แผนควบคุมการเปลี่ยนแปลง
แม้ผู้ขายมีใบรับรอง โรงงานอาหารก็ควรกำหนดเกณฑ์อนุมัติตามความเสี่ยงของตนเอง และติดตามผลการดำเนินงานของผู้ขายอย่างต่อเนื่อง
3. ควบคุมแหล่งที่มาและคุณภาพของวัตถุดิบ
คุณสมบัติของช้อนส้อมพลาสติกขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพของวัตถุดิบ วัสดุที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่ PP หรือ Polypropylene และ PS หรือ Polystyrene ซึ่งมีความแข็ง ความเหนียว และลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน
โรงงานมาตรฐานควรกำหนดคุณสมบัติของวัตถุดิบ ประเมินผู้จำหน่าย และตรวจรับเม็ดพลาสติกแต่ละล็อตก่อนนำเข้าสู่กระบวนการผลิต ข้อมูลต่าง ๆ เช่น ชนิดเม็ดพลาสติก ผู้ขาย วันที่รับ และหมายเลขล็อต ต้องได้รับการจัดเก็บเพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลัง
โรงงานอาหารควรแจ้งลักษณะการใช้งานให้ผู้ผลิตทราบอย่างชัดเจน เช่น สัมผัสอาหารร้อนหรือเย็น อาหารมีไขมันหรือความเป็นกรดหรือไม่ และต้องสัมผัสอาหารนานเพียงใด เพื่อให้ โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก เลือกวัสดุและรุ่นสินค้าที่เหมาะสม
ในกรณีของ T.T. Kitchenwares สินค้าผลิตจากเม็ดพลาสติกใหม่โดยไม่ผสมพลาสติกรีไซเคิล ช่วยให้สามารถควบคุมสี กลิ่น และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ได้สม่ำเสมอมากขึ้น
4. ช่วยป้องกันการปนเปื้อนในกระบวนการผลิต
FSSC 22000 ให้ความสำคัญกับโปรแกรมพื้นฐานด้านสุขลักษณะที่จำเป็นต่อการสร้างสภาพแวดล้อมการผลิตที่เหมาะสม โรงงานต้องดูแลอาคาร เครื่องจักร ระบบสาธารณูปโภค บุคลากร การทำความสะอาด การจัดการของเสีย และการควบคุมสัตว์พาหะ
สำหรับการผลิตช้อนส้อมพลาสติก จุดที่ต้องเฝ้าระวังไม่ได้มีเพียงภายในเครื่องฉีดพลาสติก แต่รวมถึงช่วงที่ชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์ การคัดแยก การตรวจสอบ และการบรรจุ เพราะเป็นช่วงที่สินค้าอาจสัมผัสกับพนักงานหรือสภาพแวดล้อม
มาตรการควบคุมอาจประกอบด้วยการแบ่งเขตพื้นที่ การกำหนดเครื่องแต่งกาย การล้างมือ การควบคุมสิ่งของส่วนตัว การทำความสะอาดโต๊ะและอุปกรณ์ การตรวจสภาพบรรจุภัณฑ์ และการป้องกันสินค้าสัมผัสกับพื้น
5. ลดความเสี่ยงจากสิ่งแปลกปลอม
สิ่งแปลกปลอมในช้อนส้อมพลาสติกอาจเกิดจากเครื่องจักร แม่พิมพ์ วัสดุบรรจุ หรือการปฏิบัติงานของบุคลากร ตัวอย่างเช่น เศษโลหะจากอุปกรณ์ เศษพลาสติกแตก ชิ้นส่วนของใบมีด เส้นผม หรือแมลง
โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก FSSC 22000 ต้องประเมินแหล่งกำเนิดของสิ่งแปลกปลอมและกำหนดวิธีควบคุมตามความเสี่ยง อาจมีการตรวจสอบสภาพเครื่องมือ ควบคุมการเบิกจ่ายใบมีด ตรวจนับอุปกรณ์ และกำหนดวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดการแตกหักหรือสูญหาย
สำหรับโรงงานอาหาร ปัญหาสิ่งแปลกปลอมถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาจนำไปสู่การร้องเรียน การระงับสินค้า หรือการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ แม้สิ่งแปลกปลอมนั้นจะมาจากช้อนส้อมที่ซื้อจากภายนอกก็ตาม
6. ได้รับสินค้าที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
โรงงานอาหารที่ผลิตสินค้าจำนวนมากต้องการช้อนส้อมที่มีขนาด รูปทรง สี น้ำหนัก และความแข็งแรงสม่ำเสมอ หากสินค้าแต่ละล็อตแตกต่างกัน อาจส่งผลต่อเครื่องบรรจุอัตโนมัติ ขนาดช่องบรรจุ หรือจำนวนชุดที่จัดเตรียมไว้
ผู้ผลิตจึงควรกำหนดข้อกำหนดสินค้าและแผนตรวจสอบคุณภาพ เช่น
- ขนาดและความยาวของผลิตภัณฑ์
- น้ำหนักต่อชิ้น
- สีและความสม่ำเสมอของสี
- ความแข็งแรงของด้าม
- ความเรียบร้อยของขอบและปลาย
- การบิดงอหรือแตกร้าว
- กลิ่นผิดปกติ
- จำนวนต่อถุงหรือกล่อง
- ความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์
เมื่อตรวจพบสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด โรงงานต้องแยกกัก ระบุสถานะ และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้ามีปัญหาถูกจัดส่งให้ลูกค้า
7. รองรับการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่
โรงงานอาหารต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์แต่ละล็อตได้ ช้อนส้อมพลาสติกที่บรรจุไปพร้อมกับอาหารก็ควรอยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน
โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก ที่มีระบบตรวจสอบย้อนกลับควรเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกับข้อมูลต่าง ๆ เช่น
- ล็อตของเม็ดพลาสติก
- วันที่และเวลาผลิต
- เครื่องจักรและแม่พิมพ์
- ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ตรวจสอบ
- ผลการตรวจสอบคุณภาพ
- วัสดุบรรจุที่ใช้
- วันที่จัดส่งและลูกค้าที่รับสินค้า
หากโรงงานอาหารพบปัญหา หมายเลขล็อตจะช่วยให้ผู้ผลิตช้อนส้อมค้นหาสาเหตุและประเมินขอบเขตสินค้าที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว ลดความจำเป็นในการระงับสินค้าทุกล็อตโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
8. ช่วยให้จัดการข้อร้องเรียนได้มีประสิทธิภาพ
เมื่อได้รับข้อร้องเรียนจากลูกค้าหรือผู้บริโภค โรงงานอาหารต้องรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สาเหตุ และตอบสนองภายในเวลาที่เหมาะสม ผู้จำหน่ายที่มีระบบเอกสารครบถ้วนจะช่วยให้การสอบสวนดำเนินไปได้เร็วขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากพบว่าส้อมแตกง่าย ผู้ผลิตต้องสามารถตรวจสอบวัตถุดิบ ค่าการฉีดขึ้นรูป สภาพแม่พิมพ์ ผลตรวจความแข็งแรง และข้อมูลสินค้าล็อตเดียวกัน หากพบว่าสาเหตุเกิดจากกระบวนการผลิต ต้องกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ
การเปลี่ยนสินค้าให้ลูกค้าเพียงอย่างเดียวอาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ระบบ FSSC 22000 มุ่งให้ค้นหาสาเหตุและประเมินประสิทธิผลของการแก้ไข เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นซ้ำในคำสั่งซื้อครั้งต่อไป
9. รองรับการตรวจประเมินของลูกค้าและหน่วยงานต่าง ๆ
โรงงานอาหารอาจถูกตรวจประเมินจากลูกค้า เจ้าของแบรนด์ ผู้ค้าปลีก หน่วยรับรอง หรือหน่วยงานกำกับดูแล ในระหว่างการตรวจ ผู้ประเมินอาจขอดูหลักฐานการควบคุมผู้จำหน่ายและวัสดุที่สัมผัสอาหาร
การเลือกผู้ผลิตที่สามารถจัดส่งใบรับรอง ข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ เอกสารวัตถุดิบ และข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับได้ จะช่วยให้โรงงานอาหารแสดงหลักฐานได้ครบถ้วนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายประกันคุณภาพควรจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบและติดตามวันหมดอายุของใบรับรอง ไม่ควรรอจนถึงวันตรวจจึงขอเอกสารจากผู้ขาย เพราะอาจพบว่าเอกสารหมดอายุหรือขอบข่ายไม่ตรงกับสินค้าที่ซื้อ
10. ช่วยควบคุมการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์
การเปลี่ยนชนิดวัตถุดิบ ผู้จำหน่ายเม็ดพลาสติก สี สารเติมแต่ง แม่พิมพ์ สถานที่ผลิต หรือกระบวนการบรรจุ อาจส่งผลต่อคุณสมบัติและความปลอดภัยของสินค้า
โรงงานอาหารควรกำหนดให้ผู้จำหน่ายแจ้งล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องประเมินผลกระทบ ขอเอกสารเพิ่มเติม หรือทดสอบตัวอย่างใหม่ก่อนอนุมัติ
การควบคุมการเปลี่ยนแปลงมีความสำคัญมากสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับเครื่องบรรจุอัตโนมัติ เพราะแม้ขนาดเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ช้อนส้อมติดขัดหรือบรรจุลงในช่องที่กำหนดไม่ได้
11. เพิ่มความต่อเนื่องและความมั่นคงในการจัดส่ง
โรงงานอาหารต้องใช้ช้อนส้อมตามแผนการผลิต หากผู้ขายส่งล่าช้าหรือจำนวนไม่ครบ อาจทำให้สายการบรรจุหยุดชะงักหรือไม่สามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ตามกำหนด
ผู้ซื้อจึงควรประเมินกำลังการผลิต สต็อกวัตถุดิบ ระยะเวลานำส่ง การบำรุงรักษาเครื่องจักร และแผนรองรับเหตุฉุกเฉินของผู้ผลิต นอกจากนี้ ควรแจ้งประมาณการความต้องการล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรือช่วงที่มีรายการส่งเสริมการขาย
FSSC 22000 ไม่ได้รับประกันว่าโรงงานจะไม่ส่งสินค้าล่าช้า แต่ระบบบริหารจัดการที่ดีช่วยให้ผู้ผลิตวางแผน ควบคุม และตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างมีโครงสร้างมากขึ้น
12. ลดต้นทุนแฝงจากสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ
ราคาต่อชิ้นเป็นข้อมูลสำคัญในการจัดซื้อ แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียว โรงงานอาหารควรคำนวณต้นทุนที่อาจเกิดจากสินค้ามีปัญหาร่วมด้วย เช่น
- ค่าแรงสำหรับคัดแยกสินค้า
- เวลาหยุดของสายการบรรจุ
- ค่าเปลี่ยนหรือส่งคืนสินค้า
- ค่าเสียหายจากการผลิตล่าช้า
- ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบข้อร้องเรียน
- ความเสี่ยงจากการเรียกคืน
- ความเสียหายต่อแบรนด์และความเชื่อมั่น
ช้อนส้อมที่ราคาถูกกว่าเล็กน้อยอาจสร้างต้นทุนรวมสูงกว่า หากมีจำนวนชิ้นเสียมาก แตกง่าย หรือใช้กับระบบบรรจุของโรงงานไม่ได้ การเลือกผู้ผลิตจึงต้องพิจารณาคุณภาพ ความสม่ำเสมอ และความสามารถในการส่งมอบควบคู่กับราคา
มี FSSC 22000 แล้ว หมายความว่าสินค้าเป็น Food Grade หรือไม่?
FSSC 22000 เป็นการรับรองระบบบริหารจัดการขององค์กรภายใต้ขอบข่ายที่ระบุ ไม่ใช่ใบรับรองว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นเหมาะกับอาหารทุกชนิดและทุกอุณหภูมิโดยอัตโนมัติ
โรงงานอาหารจึงควรตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เช่น ชนิดวัสดุ ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบ ผลทดสอบการเคลื่อนย้ายของสาร ข้อจำกัดด้านอุณหภูมิ และความเหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท
หากต้องใช้ช้อนส้อมในผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก ผู้ซื้อต้องระบุประเทศปลายทางและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องให้ โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก ทราบตั้งแต่ต้น เพราะข้อกำหนดด้านวัสดุสัมผัสอาหารอาจแตกต่างกันตามตลาด
Checklist ก่อนอนุมัติผู้ผลิตช้อนส้อมพลาสติก
ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายประกันคุณภาพสามารถใช้รายการต่อไปนี้ประกอบการประเมินผู้ขาย
- ใบรับรอง FSSC 22000 ยังมีผลหรือไม่
- ชื่อและที่อยู่ตรงกับสถานที่ผลิตจริงหรือไม่
- ขอบข่ายการรับรองครอบคลุมกระบวนการหรือผลิตภัณฑ์หรือไม่
- โรงงานใช้เม็ดพลาสติกชนิดใดและมาจากแหล่งใด
- มีเอกสารด้านวัสดุสัมผัสอาหารครบถ้วนหรือไม่
- มีข้อกำหนดสินค้าและเกณฑ์การยอมรับชัดเจนหรือไม่
- ผลิตภัณฑ์เหมาะกับอาหารและอุณหภูมิที่จะใช้หรือไม่
- มีระบบควบคุมสิ่งแปลกปลอมหรือไม่
- สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงล็อตวัตถุดิบหรือไม่
- มีขั้นตอนแจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
- กำลังการผลิตและระยะเวลาส่งมอบเพียงพอหรือไม่
- มีระบบจัดการข้อร้องเรียนและสินค้าที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่
สรุปเหตุผลที่โรงงานอาหารควรเลือกผู้ผลิตมาตรฐาน FSSC 22000
การเลือก โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติกที่ผ่านมาตรฐาน FSSC 22000 ช่วยให้โรงงานอาหารบริหารความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารได้อย่างมีระบบมากขึ้น ตั้งแต่การควบคุมแหล่งที่มาของวัตถุดิบ สุขลักษณะในกระบวนการผลิต การป้องกันสิ่งแปลกปลอม การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการตรวจสอบย้อนกลับและการจัดการข้อร้องเรียน
มาตรฐานยังช่วยสนับสนุนกระบวนการอนุมัติผู้ขาย การเตรียมเอกสารสำหรับการตรวจประเมิน และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของโรงงานอาหาร แต่ผู้ซื้อยังต้องตรวจสอบใบรับรอง ขอบข่าย เอกสารด้านวัสดุสัมผัสอาหาร และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ก่อนอนุมัติใช้งานจริง
T.T. Kitchenwares เป็นโรงงานผลิตช้อน ส้อม และมีดพลาสติกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัย ผลิตสินค้าจากเม็ดพลาสติกใหม่โดยไม่ผสมพลาสติกรีไซเคิล และดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน FSSC 22000 เพื่อรองรับโรงงานผลิตอาหาร ร้านอาหาร โรงแรม ผู้จัดจำหน่าย และธุรกิจที่ต้องการสินค้าในปริมาณมาก
ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชนิดวัสดุ ขนาด สี รูปแบบบรรจุ จำนวนสั่งซื้อ เอกสารประกอบ และเงื่อนไขการใช้งาน เพื่อเลือกช้อนส้อมพลาสติกให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์อาหารและกระบวนการบรรจุของธุรกิจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำไมโรงงานอาหารต้องประเมินผู้ผลิตช้อนส้อมพลาสติก?
เพราะช้อนส้อมอาจถูกบรรจุพร้อมอาหารและสัมผัสผู้บริโภคโดยตรง หากสินค้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนด อาจสร้างความเสี่ยงด้านสิ่งแปลกปลอม คุณภาพ และชื่อเสียงของโรงงานอาหาร
ใบรับรอง FSSC 22000 เพียงพอสำหรับอนุมัติผู้ขายหรือไม่?
ไม่ควรใช้เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว โรงงานอาหารต้องตรวจขอบข่ายและอายุใบรับรอง พร้อมพิจารณาข้อมูลวัตถุดิบ เอกสารด้านการสัมผัสอาหาร ผลทดสอบ ตัวอย่างสินค้า และประสิทธิภาพการส่งมอบด้วย
ควรทดลองช้อนส้อมก่อนสั่งซื้อจำนวนมากหรือไม่?
ควรทดลองกับอาหารและกระบวนการบรรจุจริง เพื่อตรวจสอบความแข็งแรง ขนาด ความเข้ากันได้กับเครื่องจักร และความเหมาะสมกับอุณหภูมิการใช้งาน
โรงงานอาหารควรเก็บข้อมูลล็อตของช้อนส้อมไว้นานเพียงใด?
ควรกำหนดตามระบบตรวจสอบย้อนกลับ อายุสินค้า ข้อกำหนดของลูกค้า และการประเมินความเสี่ยงขององค์กร อย่างน้อยต้องสามารถเชื่อมโยงช้อนส้อมกับผลิตภัณฑ์อาหารล็อตที่นำไปบรรจุได้
เม็ดพลาสติกใหม่เพียงอย่างเดียวยืนยันความปลอดภัยได้หรือไม่?
ยังไม่เพียงพอ ต้องพิจารณาชนิดและเกรดของวัตถุดิบ สีหรือสารเติมแต่ง เอกสารด้านวัสดุสัมผัสอาหาร กระบวนการผลิต และเงื่อนไขการใช้งานร่วมกันด้วยค่ะแบบสินค้า และเงื่อนไขการใช้งาน ร้านควรสอบถามข้อมูลเฉพาะรุ่นจากผู้ผลิตก่อนนำไปใช้ค่ะ
————————————————
Instagram : https://www.instagram.com/hoko.gogreen/
Website : https://hokogogreen.com/
Line : https://line.me/ti/p/~@hokogogreen
Shopee : https://shopee.co.th/hokogogreen
Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/hokogogreen1629982164/
#Hokogogreen#พลาสติกย่อยสลายได้ #ช้อนส้อมพลาสติก #ช้อนพลาสติก
หากคุณกำลังมองหาส้อมและมีดพลาสติก คุณภาพดี แข็งแรง รูปทรงและสีสันสวยงาม ลองแวะมาเยี่ยมชมได้ที่ Hokogogreen อย่าลืมเลือกใช้ ช้อนพลาสติก มีดพลาสติกรักษ์โลกสีสันสวยงามจากเรา Hokogogreen ผู้ผลิตบรรจุภัณ์พลาสติกย่อยสลายได้เร็วกว่าพลาสติกธรรมดา 80 เท่า ขออยู่เคียงข้างและสร้างแบรนด์ร้านอาหารไปกับคุณ
มาช่วยกันรักษ์โลกด้วยผลิตภัณฑ์ หลอดกระดาษ และ ช้อนพลาสติก ที่ช่วยให้ ร้านอาหาร ของคุณ Unique นะคะ
มาเริ่มต้นช่วยกันรักษ์โลกได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนมาใช้ ช้อนพลาสติก ย่อยสลายได้นะคะ ผลิตจากวัตถุดิบที่ย่อยสลายได้เร็วกว่า ช้อนพลาสติก ธรรมดา 80 เท่า!!!
- วัตถุดิบที่เราใช้ผลิต ผ่านการทดสอบ
- การย่อยสลาย ตามมาตรฐาน
– ASTM D5511 and ISO DIS15985
– ASTM D5526-12
– ASTM D5338
1. สินค้าสามารถย่อยสลายได้ โดยไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติก
2. สินค้ามีความเเข็งแรง สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายรอบ (Reused)
3. สามารถนำไป Recycle ได้ 100% (circular economy)
4. สินค้าไม่ใช้วัตถุดิบจาก plant base ไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางด้าน ความมั่นคงทางด้านอาหาร (Food Security)
5. โรงงานได้รับมาตรฐาน ความปลอดภัยทางด้านอาหารระดับสูง FSSC 22000, ISO 22000, HACCP, GMP
6. วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเป็นวัตถุดิบ Food grade
7. วัตถุดิบปราศจากโลหะหนัก RoHS Test (Restriction of Hazardous Substance)
8. มีการส่งตรวจ พรบ. 435 ประจำทุกปี
