สั่งช้อนส้อมพลาสติกจากโรงงานขั้นต่ำกี่ชิ้น? เรื่อง MOQ ที่ผู้ประกอบการควรรู้

ช้อน ส้อม และมีดพลาสติกที่วางจำหน่ายทั่วไปอาจมีรูปลักษณ์คล้ายกัน แต่กลับมีความแข็ง ความยืดหยุ่น และลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะวัตถุดิบที่ โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก เลือกใช้ โดยพลาสติกที่พบได้บ่อย ได้แก่ PP และ PS ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดเฉพาะตัว การทำความเข้าใจคุณสมบัติของพลาสติกทั้งสองชนิดจะช่วยให้ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม และเจ้าของแบรนด์เลือกสินค้าได้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

เม็ดพลาสติก PP คืออะไร?

PP ย่อมาจาก Polypropylene เป็นพลาสติกที่มีน้ำหนักค่อนข้างเบาและมีความยืดหยุ่น เมื่อได้รับแรงกดหรืองอในระดับหนึ่ง ผลิตภัณฑ์อาจยืดหยุ่นก่อนที่จะแตกหัก คุณสมบัตินี้ทำให้ PP ถูกนำมาใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ภาชนะ และอุปกรณ์พลาสติกหลายประเภท

เมื่อนำมาผลิตเป็นช้อนหรือส้อม ผลิตภัณฑ์จาก PP มักมีสัมผัสที่ยืดหยุ่นกว่าวัสดุบางชนิด จึงเหมาะกับงานที่ต้องการลดโอกาสการแตกแบบฉับพลัน อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นมากเกินไปอาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าช้อนหรือส้อมอ่อน หากมีการออกแบบด้ามบางหรือใช้น้ำหนักวัตถุดิบน้อยเกินไป

ดังนั้น โรงงานจึงต้องออกแบบความหนา รูปทรง และแนวเสริมแรงให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นแต่ยังสามารถตักหรือจิ้มอาหารได้ดี

เม็ดพลาสติก PS คืออะไร?

PS ย่อมาจาก Polystyrene เป็นพลาสติกที่สามารถขึ้นรูปให้มีความแข็ง ผิวเรียบ และรูปทรงคมชัดได้ดี เมื่อนำมาผลิตเป็นช้อนส้อมพลาสติก สินค้ามักให้ความรู้สึกแข็งและคงรูปขณะใช้งาน จึงเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการรูปลักษณ์เรียบร้อยหรือรายละเอียดของแบบที่ชัดเจน

ข้อควรพิจารณาคือ PS มีลักษณะการรับแรงต่างจาก PP แม้ผลิตภัณฑ์จะให้ความรู้สึกแข็ง แต่หากได้รับแรงงอมากเกินไปอาจแตกได้มากกว่าการโค้งตัว การออกแบบจุดรับแรง โดยเฉพาะบริเวณคอช้อน ด้ามจับ และโคนซี่ส้อม จึงมีความสำคัญมาก

คำว่า “แข็ง” และ “เหนียว” ไม่ได้มีความหมายเดียวกัน วัสดุที่แข็งอาจคงรูปได้ดี แต่ไม่ได้แปลว่าจะสามารถงอได้มากโดยไม่แตก ส่วนวัสดุที่มีความยืดหยุ่นอาจดูอ่อนกว่า แต่สามารถรับการเปลี่ยนรูปได้ต่างกัน

เปรียบเทียบคุณสมบัติของ PP และ PS

พลาสติกทั้งสองชนิดมีความแตกต่างที่ผู้ประกอบการควรรู้ ดังนี้

คุณสมบัติPPPS
ลักษณะทั่วไปยืดหยุ่นและเหนียวกว่าแข็งและคงรูปได้ดี
การรับแรงงอมีแนวโน้มโค้งตัวก่อนแตกอาจแตกเมื่อถูกงอมากเกินไป
ความรู้สึกขณะจับอาจรู้สึกยืดหยุ่นกว่าให้ความรู้สึกแข็งกว่า
รูปลักษณ์ชิ้นงานขึ้นอยู่กับสูตรและแม่พิมพ์ขึ้นรูปให้รายละเอียดชัดเจนได้ดี
การใช้งานเหมาะกับงานที่ต้องการความเหนียวเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งและคงรูป
การออกแบบต้องควบคุมไม่ให้ด้ามอ่อนเกินไปต้องลดจุดรวมแรงที่อาจทำให้แตก

คุณสมบัติจริงของผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อพลาสติกเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับเกรดวัตถุดิบ สูตรการผลิต น้ำหนักต่อชิ้น รูปทรง และการตั้งค่าเครื่องฉีดพลาสติกด้วย ช้อน PP ที่ออกแบบไม่เหมาะสมอาจใช้งานได้ไม่ดี ขณะที่ช้อน PS ที่ออกแบบโครงสร้างดีอาจมีความแข็งแรงเพียงพอสำหรับงานที่กำหนด

โรงงานเลือกใช้ PP หรือ PS จากอะไร?

โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติกจะพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกันก่อนเลือกวัตถุดิบ โดยเริ่มจากประเภทอาหารและประสบการณ์ที่ต้องการให้ผู้บริโภคได้รับ หากเป็นช้อนสำหรับอาหารที่ต้องใช้แรงตัก โรงงานต้องออกแบบวัสดุและโครงสร้างให้รองรับแรงได้เหมาะสม หากเป็นช้อนขนมหรือช้อนไอศกรีม อาจให้ความสำคัญกับขนาด รูปทรง และความถนัดในการจับเพิ่มเติม

ปัจจัยสำคัญที่ใช้ประกอบการเลือก ได้แก่

  • ประเภทและลักษณะของอาหาร
  • อุณหภูมิขณะใช้งาน
  • ระดับความแข็งหรือความยืดหยุ่นที่ต้องการ
  • ขนาดและน้ำหนักของผลิตภัณฑ์
  • รูปทรงและรายละเอียดของสินค้า
  • รูปแบบบรรจุภัณฑ์
  • งบประมาณและจำนวนที่สั่งผลิต
  • ข้อกำหนดของเจ้าของแบรนด์

สำหรับการใช้งานกับอาหารอุ่นหรืออาหารร้อน ผู้ซื้อไม่ควรตัดสินจากคำว่า PP หรือ PS เพียงอย่างเดียว ควรสอบถามโรงงานเกี่ยวกับเกรดวัตถุดิบและข้อกำหนดการใช้งานของผลิตภัณฑ์รุ่นนั้นโดยตรง เพราะความเหมาะสมกับอุณหภูมิขึ้นอยู่กับทั้งวัสดุ สูตร และการออกแบบสินค้า

ความสำคัญของการใช้วัตถุดิบที่เหมาะกับอาหาร

ช้อนส้อมพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง โรงงานจึงควรเลือกวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติเหมาะกับการผลิตอุปกรณ์สัมผัสอาหาร และสามารถตรวจสอบข้อมูลจากผู้จำหน่ายได้ การรู้เพียงว่าเป็น PP หรือ PS ยังไม่เพียงพอ เพราะพลาสติกแต่ละประเภทมีหลายเกรดและผลิตขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ต่างกัน

การใช้เม็ดพลาสติกใหม่โดยไม่ผสมพลาสติกรีไซเคิลช่วยให้ควบคุมคุณสมบัติ สี และกลิ่นของผลิตภัณฑ์ได้สม่ำเสมอขึ้น โดยเฉพาะสินค้าสำหรับร้านอาหาร โรงแรม และเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการรักษาคุณภาพสินค้าในแต่ละล็อต

นอกจากนี้ หากมีการเติมสี โรงงานควรเลือกเม็ดสีที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ และควบคุมสัดส่วนให้สม่ำเสมอ เพื่อให้สินค้าทุกครั้งที่ผลิตมีสีใกล้เคียงกัน

กระบวนการฉีดขึ้นรูปก็มีผลต่อคุณภาพ

แม้จะเลือกวัตถุดิบได้เหมาะสม แต่หากควบคุมกระบวนการผลิตไม่ดี ช้อนส้อมพลาสติกก็อาจมีปัญหาได้ โรงงานต้องตั้งค่าอุณหภูมิ แรงดัน ความเร็วในการฉีด และระยะเวลาหล่อเย็นให้สัมพันธ์กับพลาสติกแต่ละประเภท

PP และ PS มีพฤติกรรมขณะหลอมและแข็งตัวแตกต่างกัน จึงไม่สามารถใช้เงื่อนไขการผลิตแบบเดียวกันทั้งหมด หากตั้งค่าไม่ถูกต้อง อาจเกิดปัญหาชิ้นงานฉีดไม่เต็ม มีรอยยุบ บิดงอ มีครีบ หรือความแข็งแรงไม่สม่ำเสมอ

แม่พิมพ์ก็ต้องได้รับการออกแบบให้เหมาะกับวัสดุและรูปทรงสินค้า เพื่อให้พลาสติกไหลเข้าสู่ทุกตำแหน่งได้ดี โดยเฉพาะบริเวณที่บาง เช่น ซี่ส้อม ขอบช้อน และส่วนเชื่อมต่อระหว่างหัวกับด้าม

ผู้ประกอบการควรเลือกวัสดุชนิดใด?

ไม่มีคำตอบตายตัวว่า PP หรือ PS ชนิดใดดีกว่ากัน เพราะวัสดุทั้งสองมีจุดเด่นต่างกัน ผู้ประกอบการควรเริ่มจากประเภทอาหาร วิธีใช้งานจริง และงบประมาณของธุรกิจ

ก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก ควรขอตัวอย่างสินค้ามาทดลองกับอาหารและภาชนะของร้าน ตรวจสอบความแข็งแรง ความถนัดในการจับ ความเรียบร้อยของขอบ และลักษณะการงอหรือแตก หากต้องใช้กับอาหารที่มีอุณหภูมิสูง ควรแจ้งรายละเอียดให้โรงงานทราบและขอข้อมูลยืนยันความเหมาะสมของสินค้ารุ่นนั้น

สำหรับงาน OEM ควรทดลองต้นแบบก่อนเริ่มผลิตจริง เพราะสี รูปทรง ความหนา และน้ำหนักต่อชิ้นล้วนมีผลต่อความรู้สึกขณะใช้งาน

สรุป

PP มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นและการรับแรงงอ ขณะที่ PS มีความแข็ง คงรูป และสามารถให้รายละเอียดของชิ้นงานได้ดี แต่คุณภาพของช้อนส้อมพลาสติกไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว ยังเกี่ยวข้องกับเกรดของเม็ดพลาสติก การออกแบบแม่พิมพ์ น้ำหนักสินค้า และการควบคุมกระบวนการฉีดขึ้นรูป

การเลือก โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก ที่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุดิบและส่งตัวอย่างให้ทดลอง จะช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้เหมาะสมยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การเลือก PP หรือ PS ตามกระแส แต่เป็นการเลือกวัสดุและผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับอาหาร รูปแบบบริการ และมาตรฐานคุณภาพของธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร โรงงานอาหาร บริษัทจัดเลี้ยง หรือเจ้าของแบรนด์ที่กำลังมองหา โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก หนึ่งในคำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ “ต้องสั่งขั้นต่ำกี่ชิ้น?” เพราะการสั่งสินค้าจากโรงงานโดยตรงมักมีเงื่อนไขเรื่องจำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำ หรือที่เรียกว่า MOQ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อทั้งต้นทุนต่อชิ้น ปริมาณสต๊อก และเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ

การเข้าใจเรื่อง MOQ ก่อนสั่งผลิต จะช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงจากการสั่งสินค้ามากเกินความจำเป็น

MOQ คืออะไร?

MOQ ย่อมาจาก Minimum Order Quantity หมายถึง “จำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำ” ที่โรงงานกำหนดสำหรับการผลิตหรือจำหน่ายสินค้าในแต่ละครั้ง

ตัวอย่างเช่น หากโรงงานกำหนด MOQ ของช้อนพลาสติกชนิดหนึ่งไว้ที่ 10,000 ชิ้น หมายความว่าลูกค้าจะต้องสั่งอย่างน้อย 10,000 ชิ้นต่อรายการ จึงจะสามารถสั่งผลิตหรือซื้อสินค้าในราคาที่โรงงานกำหนดได้

จำนวน MOQ ของแต่ละ โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ขนาด รูปทรง สี วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และลักษณะของคำสั่งซื้อ

ทำไมโรงงานจึงต้องกำหนดจำนวนสั่งขั้นต่ำ?

การผลิตช้อนส้อมพลาสติกในระดับโรงงานไม่ได้มีเพียงต้นทุนของเม็ดพลาสติกเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมเครื่องจักร การตั้งค่าการผลิต การควบคุมอุณหภูมิ การใช้แม่พิมพ์ การตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงค่าแรงและบรรจุภัณฑ์

หากผลิตสินค้าเพียงจำนวนเล็กน้อย ต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้นจะสูงขึ้นมาก โรงงานจึงกำหนด MOQ เพื่อให้การผลิตแต่ละรอบมีความคุ้มค่า และสามารถควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ยิ่งเป็นสินค้าที่ต้องผลิตสีพิเศษ บรรจุถุงตามจำนวนที่กำหนด หรือทำแบรนด์เฉพาะของลูกค้า MOQ ก็อาจสูงกว่าสินค้ามาตรฐานที่โรงงานมีจำหน่ายอยู่แล้ว

MOQ ของสินค้ามาตรฐานกับสินค้าสั่งผลิตต่างกันอย่างไร?

สินค้ามาตรฐาน เช่น ช้อนพลาสติกสีขาว ช้อนใส ส้อมพลาสติก หรือช้อนขนาดทั่วไป มักมี MOQ ที่ยืดหยุ่นกว่า เพราะโรงงานมีการผลิตสินค้าเหล่านี้เป็นประจำ

ในทางกลับกัน หากลูกค้าต้องการผลิตสินค้าตามสเปกเฉพาะ เช่น เลือกสีใหม่ เปลี่ยนขนาด เปลี่ยนรูปทรง หรือสั่งผลิตช้อนส้อมภายใต้แบรนด์ของตนเอง จำนวนขั้นต่ำอาจเพิ่มขึ้น เพราะโรงงานต้องเตรียมกระบวนการผลิตเฉพาะสำหรับคำสั่งซื้อนั้น

ดังนั้นก่อนติดต่อโรงงาน ควรแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจนว่า ต้องการสินค้าแบบมาตรฐาน หรือสินค้าสั่งผลิตพิเศษ

สั่งจำนวนมาก ราคาต่อชิ้นถูกลงจริงหรือไม่?

โดยทั่วไป การสั่งสินค้าจาก โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก ในจำนวนมากจะช่วยลดต้นทุนต่อชิ้นได้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเตรียมการผลิตถูกเฉลี่ยไปยังสินค้าจำนวนมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น การสั่ง 10,000 ชิ้นกับ 100,000 ชิ้น อาจมีราคาต่อชิ้นแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าสินค้าจะเป็นรุ่นเดียวกันก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาต่อชิ้นเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงพื้นที่จัดเก็บ ระยะเวลาการใช้สินค้า และกระแสเงินสดของธุรกิจด้วย

บางครั้งการสั่งจำนวนมากเพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง อาจไม่คุ้มค่า หากสินค้าต้องเก็บไว้เป็นเวลานานหรือใช้พื้นที่คลังสินค้ามากเกินไป

ก่อนสั่งผลิตควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?

เพื่อให้โรงงานสามารถเสนอราคาและแจ้ง MOQ ได้อย่างแม่นยำ ผู้ซื้อควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้น เช่น ประเภทสินค้าที่ต้องการ ขนาดของช้อนหรือส้อม จำนวนที่คาดว่าจะใช้ต่อเดือน สีสินค้า รูปแบบบรรจุภัณฑ์ และจำนวนชิ้นต่อถุงหรือกล่อง

หากเป็นธุรกิจร้านอาหารหรือเดลิเวอรี ควรคำนวณจากยอดใช้งานจริงในแต่ละเดือน เช่น หากใช้ช้อนประมาณ 3,000 ชิ้นต่อเดือน และโรงงานกำหนดขั้นต่ำ 12,000 ชิ้น การสั่งหนึ่งครั้งก็จะเพียงพอสำหรับใช้งานประมาณ 4 เดือน

การคำนวณแบบนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจำนวน MOQ ของโรงงานเหมาะกับธุรกิจหรือไม่

ธุรกิจขนาดเล็กสามารถสั่งจากโรงงานได้หรือไม่?

ธุรกิจขนาดเล็กก็สามารถซื้อสินค้าจากโรงงานได้ โดยควรเลือกสินค้ามาตรฐานที่โรงงานมีการผลิตอยู่แล้ว เพราะมักมีเงื่อนไขการสั่งซื้อที่ยืดหยุ่นกว่าสินค้าสั่งผลิตเฉพาะ

ผู้ประกอบการยังสามารถสอบถามโรงงานว่ามีการจำหน่ายแบบยกลังหรือแบบแพ็กหรือไม่ ซึ่งบางกรณีอาจช่วยลดจำนวนสั่งขั้นต่ำได้

หากเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ควรทดลองใช้สินค้าจำนวนหนึ่งก่อน เพื่อดูว่าขนาด รูปทรง และความแข็งแรงเหมาะกับเมนูหรือการใช้งานจริงหรือไม่ ก่อนสั่งในจำนวนมาก

MOQ ไม่ควรเป็นปัจจัยเดียวในการเลือกโรงงาน

แม้จำนวนสั่งขั้นต่ำและราคาจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเลือก โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก ควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น คุณภาพวัตถุดิบ ความแข็งแรงของสินค้า ความสม่ำเสมอในการผลิต ระบบควบคุมคุณภาพ ระยะเวลาจัดส่ง และความสามารถในการผลิตสินค้าได้ต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจอาหาร การเลือกอุปกรณ์ที่สัมผัสกับอาหารโดยตรงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพและความเหมาะสมในการใช้งาน ไม่ควรเลือกจากราคาที่ถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว

สรุป

MOQ หรือจำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจก่อนสั่งสินค้าจากโรงงาน เพราะส่งผลทั้งต่อราคาต่อชิ้น ปริมาณสต๊อก และเงินทุนของธุรกิจ

ก่อนสั่งผลิต ควรประเมินปริมาณการใช้งานจริงของธุรกิจ และสอบถามโรงงานให้ชัดเจนเกี่ยวกับ MOQ ราคาในแต่ละช่วงจำนวน และเงื่อนไขการผลิตสินค้าแต่ละประเภท

การเลือก โรงงานผลิตช้อนส้อมพลาสติก ที่สามารถให้ข้อมูลอย่างชัดเจนและมีสินค้าหลากหลาย จะช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการสั่งซื้อได้ง่ายขึ้น ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และมีสินค้าเพียงพอสำหรับการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

FAQ คำถามที่พบบ่อย

MOQ ช้อนส้อมพลาสติกขั้นต่ำกี่ชิ้น?
จำนวนขั้นต่ำขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า สี ขนาด และรูปแบบบรรจุภัณฑ์ของแต่ละโรงงาน จึงควรสอบถามโรงงานโดยตรงก่อนสั่งซื้อ

สั่งจำนวนมากจะได้ราคาถูกลงหรือไม่?
โดยทั่วไปจำนวนสั่งซื้อที่สูงขึ้นจะช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้น แต่ควรเปรียบเทียบกับพื้นที่จัดเก็บและปริมาณการใช้งานจริงด้วย

ธุรกิจขนาดเล็กสามารถสั่งซื้อจากโรงงานได้หรือไม่?
สามารถสั่งได้ โดยแนะนำให้เลือกสินค้ามาตรฐานที่โรงงานมีอยู่แล้ว ซึ่งมักมี MOQ ที่เหมาะสมกว่าสินค้าสั่งผลิตพิเศษ

ควรถามอะไรโรงงานก่อนสั่งซื้อ?
ควรถามเรื่องจำนวนขั้นต่ำ ราคาต่อจำนวน ระยะเวลาผลิต รูปแบบบรรจุ จำนวนชิ้นต่อกล่อง และเงื่อนไขการจัดส่งก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ

————————————————

📸 Instagram : https://www.instagram.com/hoko.gogreen/

👁‍🗨 Website : https://hokogogreen.com/

🟢 Line : https://line.me/ti/p/~@hokogogreen

🧡 Shopee : https://shopee.co.th/hokogogreen

🔵 Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/hokogogreen1629982164/

#Hokogogreen#พลาสติกย่อยสลายได้#ช้อนส้อมพลาสติก#ช้อนพลาสติก

#ส้อมพลาสติก

หากคุณกำลังมองหาส้อมและมีดพลาสติก คุณภาพดี แข็งแรง รูปทรงและสีสันสวยงาม ลองแวะมาเยี่ยมชมได้ที่ Hokogogreen อย่าลืมเลือกใช้ ช้อนพลาสติก มีดพลาสติกรักษ์โลกสีสันสวยงามจากเรา Hokogogreen ผู้ผลิตบรรจุภัณ์พลาสติกย่อยสลายได้เร็วกว่าพลาสติกธรรมดา 80 เท่า ขออยู่เคียงข้างและสร้างแบรนด์ร้านอาหารไปกับคุณ

มาช่วยกันรักษ์โลกด้วยผลิตภัณฑ์ หลอดกระดาษ และ ช้อนพลาสติก ที่ช่วยให้ ร้านอาหาร ของคุณ Unique นะคะ

มาเริ่มต้นช่วยกันรักษ์โลกได้ง่ายๆ​ แค่เปลี่ยนมาใช้ ช้อนพลาสติก ย่อยสลายได้นะคะ ผลิตจากวัตถุดิบที่ย่อยสลายได้เร็วกว่า ​ ช้อนพลาสติก ธรรมดา 80 เท่า!!!​

  • วัตถุดิบที่เราใช้ผลิต ผ่านการทดสอบ​
  • การย่อยสลาย ตามมาตรฐาน​

– ASTM D5511 and ISO DIS15985​

– ASTM D5526-12​

– ASTM D5338​

​1. สินค้าสามารถย่อยสลายได้​ โดยไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติก​

​2. สินค้ามีความเเข็งแรง ​สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายรอบ (Reused)​

​3. สามารถนำไป Recycle ได้ 100% (circular economy)​

​4. สินค้าไม่ใช้วัตถุดิบจาก plant base ​ไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางด้าน​ ความมั่นคงทางด้านอาหาร (Food Security)​

​5. โรงงานได้รับมาตรฐาน ​ความปลอดภัยทางด้านอาหารระดับสูง​ FSSC 22000, ISO 22000, HACCP, GMP​

​6. วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเป็นวัตถุดิบ Food grade ​

​7. วัตถุดิบปราศจากโลหะหนัก RoHS Test ​ (Restriction of Hazardous Substance)​

​8. มีการส่งตรวจ พรบ. 435 ประจำทุกปี​

อย่าลืม พกพา ช้อนพลาสติก ไปทุกที่เพื่อความสะดวกนะคะ